ภูมิปัญญาการจับปลาดุกในทะเล ของจังหวัดนครศรีรรมราช

  • ลักษณะที่ปรากฎ

    ปลาดุกทะเลอาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืดบริเวณปากแม่น้ำ และชอบอยู่ตามซากไม้และหลักไม้ และขุดรูในดินเลน ดินเหนียว ในอ่าวปากนครซึ่งอยู่บริเวณใกล้แหลมตะลุมพุก จะมีปลาดุกทะเลมากและชอบขุดรูลึกลงไปในดิน มีรูพังเหยเข้าออกหลายรู ชาวประมงพื้นบ้านจึงได้คิดค้นวิธีการจับปลาดุกจากการศึกษาตามธรรมชาติ ถิ่นที่อยู่อาศัยของปลาดุก

  • บุคคล/กลุ่มบุคคล

    ชาวประมงพื้นบ้าน

  • อุปกรณ์

    1. สวิงครอบ ใช้เหล็กเส้นขอบ อวนไนล่อนตาอวนประมาณ 2 เซนติเมตร เอามาทำถุงลักษณะปากกว้าง ปลายเรียว คล้ายหางจิ้งจก ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร ขอบปากสวิงกว้าง 11 นิ้ว เชื่อมเหล็กให้ติดกัน และเหลืเหล็กไว้ทำด้ามจับ นำถุงประกอบเข้ากับกรอบสวิง จะได้สวิงลักษณะเหมือนหางจิ้งจก หางสวิงใสโฟม เพื่อเป็นทุ่นให้หางสวิงลอยน้ำ

    2. ไม้กระดานปิดรู ลักษณะเหมือนไม้พาย ทำจากไม้ ยาวประมาณ 150 เซนติเมตร ใบพายกว้างประมาณ 8 - 10 นิ้ว ยาวประมาณ 11 - 15 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน ด้ามพายเจาะรูผูกเชือกที่ปลายด้าม ไม้กระดานนี้ใช้สำหรับปิดรูกันปลาออกจากรู ใช้ประโยชน์ให้ผู้จับปลาขึ้นมาหายใจ

    3. ไซ ทำจากไม้ไผ่ สูงประมาณ 90 เซนติเมตร โดยนำไม่ไผ่มาผ่าแล้วเหลาเป็นซี่ ๆ แต่เดิมใช้หวายสาน ปัจจุบันใช้ท่อพีซีชนิดบาง เพราะจะให้ตัวดีกว่าไม้ไผ่ และใช้ได้ทนทาน ลักษณะของไซป็นคอขวด ตรงกลางป่อง มีงาสองชั้น คืองาชั้นนอกอยู่ตรงปากไซ งาชั้นในอยู่ตรงกลางไซ ใช้เป็นที่ขังปลา ท้ายไซมีฝาปิดทำจากไม้ไผ่ การทำงารองชั้นก็เพื่อกันไม่ให้ปลาออก งาชั้นนอกจะกว้างเพื่อจะได้สะดวกเวลาจับปลาใส ส่วนงาชั้นในแคบเพื่อกันปลาออก ใช้โฟมผูกกับไซในส่วนที่ขังปลา เพื่อให้ไซลอย

    4. เครื่องแต่งกาย การจับปลาดุกทะเล จะต้องใช้ถุงมือถักที่มีขายโดยทั่วไป ใช้กันลื่นเวลาจับปลาต้องสวมกางเกงขายาวและเสื้อแขนยาวที่รัดรูปและยืดได้ โดยปลายขากางเกงและปลายแขนเสื้อได้ และต้องสวมหมวก และนำสวิงครอบไว้กับหมวก ชาวประมงส่วนใหญ่ใช้สวิง 2 อันในการจับปลา และใช้เชือกยาวประมาณ 6 เมตร ปลายเชือกด้านหนึ่งผูกกับไม้กระดาน และอีกด้านหนึ่งผูกกับท้ายไซ ส่วนกลางของเชือกผูกเป็นบ่วง สวมไว้กับสะเอวของชาวประมง


  • วิธีการ/วิธีการใช้

    ลงเรือไปยังจุดหมายที่จะหาปลา ในพื้นที่ที่มีน้ำลึกประมาณเลยหัวเข่าจนถึงระดับอก ชาวประมงจะเตรียมตัวเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วลงจากเรือ ออกค้นหาจนเจอรูปลาดุกทะเลแล้วจึงดึงไม้กระดานที่ผูกไว้ที่สะเอว มาปิดรูทางเข้าของปลาดุก โดยปักไม้กระดานลงไป แล้วค้นหารูพังเหย เมื่อพบรูจะดำน้ำลงไปสำรวจโดยใช้มืออัดลงไปเบา ๆ สังเกตุว่ามีแรงดันกลับมาหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะใช้สวิงครอบรูพังเหยไว้ กดขอบสวิงให้ปิดโดยทำแบบค่อย ๆ และค้นหารูพังเหยอีกรูที่บริเวณใกล้ ๆ เมื่อพบก็ใช้สวิงครอบไว้อีก แต่ถ้าหากสงสัยว่าน่าจะมีรูพังเหยอีกก็จะค้นหาให้แน่ใจ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรูแล้ว ก็จะกลับไปรูแรกที่ปิดไม้กระดานไว้ แล้วใช้เท้าถีบรูจากรูพังเหยที่ 1 อย่างเบา ๆ ระมัดระวังใช้เท้าควานหาแพรกที่แยกไปยังรูพังเหยที่ 2 เมื่อเจอก็จะใช้กระดานปิดแพรกไว้ และถีบแพรกของรูพังเหยที่ 1 จนหมดจนแน่ใจว่าไม่มีปลาอยู่อีก และกลับไปสำรวจรูพังเหยที่ 2 ใช้วิธีการแบบเดิม ถ้าน้ำยังไม่มีแรงดันกลับแสดงว่ายังมีรูพังเหยอีกต้องค้นหาให้เจอแล้วใช้สวิงครอบไว้ก่อน แต่ถ้าน้ำมันแรงดันกลับแสดงว่าเป็นรูพังเหยสุดท้าย ก็จะถีบไม้กระดานไปยังรูพังเหยสุดท้ายอย่างระมัดระวัง เพราะปลาจะอยู่ในแพรกนี้ ใช้ไม้กระดานปิดรูสลับกับการถีบไปเรื่อย ๆ ผู้ถีบจะได้ขึ้นผ่อนหายใจบ้าง จนปลาจะขึ้นสวิง สำรวจดูจนแน่ใจว่าปลาขึ้นสวิงหมดแล้ว จึงใช้มือด้านหนึ่งรวบถุงที่พ้นขอบสวิงขึ้นมา มืออีกข้างดึงหางสวิงให้ตึง แล้วค่อย ๆ ใช้มือที่รวบสวิงดึงสวิงขึ้นมา พยายามหย่อนถุงสวิงให้ปลากลับหัวมาทางปากสวิง เวลาเทปลาลงในไซจะง่าย ถ้าไม่กลับหัว เงี่ยงปลาจะติดตาข่ายอวน หรือส่วนหัวยังติดอยู่กับงาเพราะเงี่ยงปลากาง ทำให้ปลาดิ้นหนีไปได้ การเทปลาใส่ในไซจะต้องเอาขอบสวิงครอบปากไซไว้กันปลาหลุดออกไป
    ในบางครั้งถีบรูจนถึงตัวปลาแล้ว ปลายังไม่ขึ้นสวิง ก็ต้องจับปลาด้วยมืออย่างระมัดระวังที่สุด ใช้มือไต่หาส่วนหัวของปลาให้เจอ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางสอดเข้าไปจับปลาที่ข้างโคนเงี่ยงของปลาทั้งสองข้าง แล้วกดจับให้แน่น ผู้จับปลาจึงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แล้วใช้มืออีกข้างดึงไซ เข้ามานำปลาใส่ในไซ ซึ่งในกรณีที่บางรูจะมีแต่แพรกอับหรือแพรกจนไม่มีรูพังเหยขึ้น ก็จะใช้วิธีเอาไม้กระดานปิดรูแล้วถีบจนถึงตัวปลา และจับปลาด้วยมือ การจับปลาด้วยมือในแต่ละขั้นตอนจะต้องใช้ความรวดเร็ว และระมัดระวังเป็นพิเศษ ป้องกันไม่ให้ปลาตกใจออกจากรูไปเสียก่อน และไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้จับเอง

  • ประโยชน์

    1. การจับปลาดุกในทะเล เป็นการค้นหาปลาโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ ชาวประมงพื้นบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติของความเป็นอยู่ของปลาดุกทะเล และดัดแปลงผลิตเครื่องมือไปใช้ในการจับปลา เพื่อนำปลาดุกทะเลไปประกอบอาหาร หรือนำไปขายหารายได้ นับได้ว่าเป็นวิธีการจับปลาที่ชาญฉลาดอีกวิธีหนึ่ง

    2. ชาวประมงพื้นบ้านจะเรียนรู้ธรรมชาติของปลาดุกทะเลที่มีพิษที่เงี่ยง โคนเงี่ยงจะมีต่อมพิษอยู่ เมื่อเงี่ยงแทงเข้าที่ส่วนใดของคน ต่อมพิษจะขับเข้าสู่แผลทันที ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดมาก แผลที่โดนแทงก็จะบวมพอง หรือเงี่ยงปลาเพียงขีดขูดกับผิวหนัง ก็จะรู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกัน การขับพิษของปลาดุกที่รวดเร็วมากนี้ ทำให้เป็นที่เกรงกลัวของชาวประมงมาก แต่ชาวประมงมีทางแก้ มีภูมิปัญญาที่บอกต่อ ๆ กันมาว่า หางของปลาดุกทะเลสามารถบรรเทาพิษได้ เมื่อโดนปลาดุกทะเลแทงในขณะจับ ชาวประมงจะกัดหางปลาดุกแล้วกลืนเข้าไป หางปลาดุกจะมีรสขม แผลที่โดนแทงจะต้องระวังไม่ให้ดินหรือสิ่งสกปรกเข้าไปในบาดแผลจะทำให้เกิดการอักเสบได้


รูปภาพประกอบFlashวีดีโอคลิปต์คำบรรยายเอกสาร Acrobat